| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 43,219.42 บาท | 33,219.42 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 44,402.13 บาท | 34,402.13 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 44,677.44 บาท | 34,677.44 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 44,812.29 บาท | 34,812.29 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 25,000.00 บาท | 15,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 10,000.00 | 511.62 | 10,511.62 |
| 2 | 10,511.62 | 537.79 | 11,049.41 |
| 3 | 11,049.41 | 565.31 | 11,614.72 |
| 4 | 11,614.72 | 594.23 | 12,208.95 |
| 5 | 12,208.95 | 624.63 | 12,833.59 |
| 6 | 12,833.59 | 656.59 | 13,490.18 |
| 7 | 13,490.18 | 690.18 | 14,180.36 |
| 8 | 14,180.36 | 725.49 | 14,905.85 |
| 9 | 14,905.85 | 762.61 | 15,668.47 |
| 10 | 15,668.47 | 801.63 | 16,470.09 |
| 11 | 16,470.09 | 842.64 | 17,312.74 |
| 12 | 17,312.74 | 885.75 | 18,198.49 |
| 13 | 18,198.49 | 931.07 | 19,129.56 |
| 14 | 19,129.56 | 978.70 | 20,108.26 |
| 15 | 20,108.26 | 1,028.78 | 21,137.04 |
| 16 | 21,137.04 | 1,081.41 | 22,218.45 |
| 17 | 22,218.45 | 1,136.74 | 23,355.19 |
| 18 | 23,355.19 | 1,194.90 | 24,550.08 |
| 19 | 24,550.08 | 1,256.03 | 25,806.11 |
| 20 | 25,806.11 | 1,320.29 | 27,126.40 |
| 21 | 27,126.40 | 1,387.84 | 28,514.24 |
| 22 | 28,514.24 | 1,458.84 | 29,973.08 |
| 23 | 29,973.08 | 1,533.48 | 31,506.56 |
| 24 | 31,506.56 | 1,611.94 | 33,118.50 |
| 25 | 33,118.50 | 1,694.41 | 34,812.90 |
| 26 | 34,812.90 | 1,781.09 | 36,594.00 |
| 27 | 36,594.00 | 1,872.22 | 38,466.22 |
| 28 | 38,466.22 | 1,968.00 | 40,434.22 |
| 29 | 40,434.22 | 2,068.69 | 42,502.91 |
| 30 | 42,502.91 | 2,174.53 | 44,677.44 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 5% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 14.4 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ