| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 76,122.55 บาท | 66,122.55 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 80,191.83 บาท | 70,191.83 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 81,164.97 บาท | 71,164.97 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 81,645.26 บาท | 71,645.26 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 31,000.00 บาท | 21,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 10,000.00 | 722.90 | 10,722.90 |
| 2 | 10,722.90 | 775.16 | 11,498.06 |
| 3 | 11,498.06 | 831.20 | 12,329.26 |
| 4 | 12,329.26 | 891.28 | 13,220.54 |
| 5 | 13,220.54 | 955.71 | 14,176.25 |
| 6 | 14,176.25 | 1,024.80 | 15,201.06 |
| 7 | 15,201.06 | 1,098.89 | 16,299.94 |
| 8 | 16,299.94 | 1,178.32 | 17,478.26 |
| 9 | 17,478.26 | 1,263.51 | 18,741.77 |
| 10 | 18,741.77 | 1,354.84 | 20,096.61 |
| 11 | 20,096.61 | 1,452.79 | 21,549.40 |
| 12 | 21,549.40 | 1,557.81 | 23,107.21 |
| 13 | 23,107.21 | 1,670.42 | 24,777.63 |
| 14 | 24,777.63 | 1,791.18 | 26,568.81 |
| 15 | 26,568.81 | 1,920.66 | 28,489.47 |
| 16 | 28,489.47 | 2,059.51 | 30,548.97 |
| 17 | 30,548.97 | 2,208.39 | 32,757.36 |
| 18 | 32,757.36 | 2,368.03 | 35,125.39 |
| 19 | 35,125.39 | 2,539.22 | 37,664.61 |
| 20 | 37,664.61 | 2,722.78 | 40,387.39 |
| 21 | 40,387.39 | 2,919.61 | 43,307.00 |
| 22 | 43,307.00 | 3,130.67 | 46,437.66 |
| 23 | 46,437.66 | 3,356.98 | 49,794.64 |
| 24 | 49,794.64 | 3,599.66 | 53,394.30 |
| 25 | 53,394.30 | 3,859.88 | 57,254.18 |
| 26 | 57,254.18 | 4,138.91 | 61,393.09 |
| 27 | 61,393.09 | 4,438.11 | 65,831.20 |
| 28 | 65,831.20 | 4,758.94 | 70,590.15 |
| 29 | 70,590.15 | 5,102.97 | 75,693.11 |
| 30 | 75,693.11 | 5,471.86 | 81,164.97 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 7% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 10.3 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ