| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 6,727,499.95 บาท | 5,727,499.95 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 7,209,567.82 บาท | 6,209,567.82 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 7,328,073.63 บาท | 6,328,073.63 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 7,387,032.35 บาท | 6,387,032.35 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 3,000,000.00 บาท | 2,000,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 1,000,000.00 | 104,713.07 | 1,104,713.07 |
| 2 | 1,104,713.07 | 115,677.89 | 1,220,390.96 |
| 3 | 1,220,390.96 | 127,790.88 | 1,348,181.84 |
| 4 | 1,348,181.84 | 141,172.26 | 1,489,354.10 |
| 5 | 1,489,354.10 | 155,954.84 | 1,645,308.93 |
| 6 | 1,645,308.93 | 172,285.35 | 1,817,594.28 |
| 7 | 1,817,594.28 | 190,325.87 | 2,007,920.15 |
| 8 | 2,007,920.15 | 210,255.48 | 2,218,175.63 |
| 9 | 2,218,175.63 | 232,271.97 | 2,450,447.61 |
| 10 | 2,450,447.61 | 256,593.89 | 2,707,041.49 |
| 11 | 2,707,041.49 | 283,462.62 | 2,990,504.11 |
| 12 | 2,990,504.11 | 313,144.86 | 3,303,648.97 |
| 13 | 3,303,648.97 | 345,935.22 | 3,649,584.18 |
| 14 | 3,649,584.18 | 382,159.15 | 4,031,743.34 |
| 15 | 4,031,743.34 | 422,176.21 | 4,453,919.55 |
| 16 | 4,453,919.55 | 466,383.58 | 4,920,303.13 |
| 17 | 4,920,303.13 | 515,220.03 | 5,435,523.16 |
| 18 | 5,435,523.16 | 569,170.30 | 6,004,693.47 |
| 19 | 6,004,693.47 | 628,769.87 | 6,633,463.34 |
| 20 | 6,633,463.34 | 694,610.29 | 7,328,073.63 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 10% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 7.2 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ