| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 2,653,297.71 บาท | 1,653,297.71 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 2,701,484.94 บาท | 1,701,484.94 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 2,712,640.29 บาท | 1,712,640.29 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 2,718,095.67 บาท | 1,718,095.67 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 2,000,000.00 บาท | 1,000,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 1,000,000.00 | 51,161.90 | 1,051,161.90 |
| 2 | 1,051,161.90 | 53,779.44 | 1,104,941.34 |
| 3 | 1,104,941.34 | 56,530.90 | 1,161,472.23 |
| 4 | 1,161,472.23 | 59,423.12 | 1,220,895.36 |
| 5 | 1,220,895.36 | 62,463.32 | 1,283,358.68 |
| 6 | 1,283,358.68 | 65,659.07 | 1,349,017.74 |
| 7 | 1,349,017.74 | 69,018.31 | 1,418,036.05 |
| 8 | 1,418,036.05 | 72,549.42 | 1,490,585.47 |
| 9 | 1,490,585.47 | 76,261.18 | 1,566,846.65 |
| 10 | 1,566,846.65 | 80,162.85 | 1,647,009.50 |
| 11 | 1,647,009.50 | 84,264.13 | 1,731,273.63 |
| 12 | 1,731,273.63 | 88,575.24 | 1,819,848.87 |
| 13 | 1,819,848.87 | 93,106.92 | 1,912,955.80 |
| 14 | 1,912,955.80 | 97,870.45 | 2,010,826.25 |
| 15 | 2,010,826.25 | 102,877.69 | 2,113,703.93 |
| 16 | 2,113,703.93 | 108,141.10 | 2,221,845.04 |
| 17 | 2,221,845.04 | 113,673.81 | 2,335,518.85 |
| 18 | 2,335,518.85 | 119,489.58 | 2,455,008.42 |
| 19 | 2,455,008.42 | 125,602.89 | 2,580,611.31 |
| 20 | 2,580,611.31 | 132,028.97 | 2,712,640.29 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 5% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 14.4 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ