| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 121,363.12 บาท | 71,363.12 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 122,567.85 บาท | 72,567.85 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 122,842.11 บาท | 72,842.11 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 122,975.61 บาท | 72,975.61 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 95,000.00 บาท | 45,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 50,000.00 | 1,520.80 | 51,520.80 |
| 2 | 51,520.80 | 1,567.05 | 53,087.85 |
| 3 | 53,087.85 | 1,614.72 | 54,702.57 |
| 4 | 54,702.57 | 1,663.83 | 56,366.40 |
| 5 | 56,366.40 | 1,714.44 | 58,080.84 |
| 6 | 58,080.84 | 1,766.58 | 59,847.42 |
| 7 | 59,847.42 | 1,820.32 | 61,667.74 |
| 8 | 61,667.74 | 1,875.68 | 63,543.42 |
| 9 | 63,543.42 | 1,932.73 | 65,476.16 |
| 10 | 65,476.16 | 1,991.52 | 67,467.68 |
| 11 | 67,467.68 | 2,052.09 | 69,519.77 |
| 12 | 69,519.77 | 2,114.51 | 71,634.28 |
| 13 | 71,634.28 | 2,178.83 | 73,813.11 |
| 14 | 73,813.11 | 2,245.10 | 76,058.20 |
| 15 | 76,058.20 | 2,313.38 | 78,371.59 |
| 16 | 78,371.59 | 2,383.75 | 80,755.33 |
| 17 | 80,755.33 | 2,456.25 | 83,211.58 |
| 18 | 83,211.58 | 2,530.96 | 85,742.54 |
| 19 | 85,742.54 | 2,607.94 | 88,350.49 |
| 20 | 88,350.49 | 2,687.26 | 91,037.75 |
| 21 | 91,037.75 | 2,769.00 | 93,806.75 |
| 22 | 93,806.75 | 2,853.22 | 96,659.97 |
| 23 | 96,659.97 | 2,940.01 | 99,599.98 |
| 24 | 99,599.98 | 3,029.43 | 102,629.41 |
| 25 | 102,629.41 | 3,121.57 | 105,750.98 |
| 26 | 105,750.98 | 3,216.52 | 108,967.50 |
| 27 | 108,967.50 | 3,314.35 | 112,281.85 |
| 28 | 112,281.85 | 3,415.16 | 115,697.01 |
| 29 | 115,697.01 | 3,519.04 | 119,216.04 |
| 30 | 119,216.04 | 3,626.07 | 122,842.11 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 3% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 24 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ