| ความถี่ | ยอดเงินรวม | ดอกเบี้ยที่ได้ |
|---|---|---|
| ทบต้นรายปี | 2,088,624.08 บาท | 1,588,624.08 บาท |
| ทบต้นรายไตรมาส | 2,199,894.87 บาท | 1,699,894.87 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 2,226,959.78 บาท | 1,726,959.78 บาท |
| ทบต้นรายวัน | 2,240,384.22 บาท | 1,740,384.22 บาท |
| ดอกเบี้ยธรรมดา (ไม่ทบต้น) | 1,250,000.00 บาท | 750,000.00 บาท |
| ปีที่ | ยอดต้นปี | ดอกเบี้ยที่ได้ | ยอดสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| 1 | 500,000.00 | 52,356.53 | 552,356.53 |
| 2 | 552,356.53 | 57,838.95 | 610,195.48 |
| 3 | 610,195.48 | 63,895.44 | 674,090.92 |
| 4 | 674,090.92 | 70,586.13 | 744,677.05 |
| 5 | 744,677.05 | 77,977.42 | 822,654.47 |
| 6 | 822,654.47 | 86,142.67 | 908,797.14 |
| 7 | 908,797.14 | 95,162.94 | 1,003,960.08 |
| 8 | 1,003,960.08 | 105,127.74 | 1,109,087.82 |
| 9 | 1,109,087.82 | 116,135.99 | 1,225,223.80 |
| 10 | 1,225,223.80 | 128,296.94 | 1,353,520.75 |
| 11 | 1,353,520.75 | 141,731.31 | 1,495,252.05 |
| 12 | 1,495,252.05 | 156,572.43 | 1,651,824.48 |
| 13 | 1,651,824.48 | 172,967.61 | 1,824,792.09 |
| 14 | 1,824,792.09 | 191,079.58 | 2,015,871.67 |
| 15 | 2,015,871.67 | 211,088.11 | 2,226,959.78 |
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นบวกกับดอกเบี้ยสะสมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวคือดอกเบี้ยในแต่ละงวดจะถูกนำไปรวมกับเงินต้น ทำให้ฐานในการคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) ที่คำนวณจากเงินต้นเดิมเท่านั้นตลอดระยะเวลาฝาก
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี
จะเห็นว่าดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธรรมดาถึง 12,889 บาท และยิ่งระยะเวลายาวนานขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นแบบทวีคูณ
สูตรมาตรฐานที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)nt
ดอกเบี้ยที่ได้รับ = A - P
ยิ่งทบต้นถี่ (n มาก) ยอดเงินรวมจะยิ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ทบต้นรายวันจะได้มากกว่าทบต้นรายปี แต่ความแตกต่างมักไม่มากนักสำหรับอัตราดอกเบี้ยปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่า "ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก คนที่เข้าใจมันจะได้รับ คนที่ไม่เข้าใจจะต้องจ่าย" พลังของดอกเบี้ยทบต้นอยู่ที่การเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตแบบเส้นตรง
กฎ 72 (Rule of 72) เป็นวิธีลัดในการประมาณเวลาที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:
จำนวนปีที่เงินเพิ่มเป็น 2 เท่า = 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย (%)
สำหรับดอกเบี้ย 10% ที่คุณกำลังคำนวณ เงินต้นจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลาประมาณ 7.2 ปี
ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินต้น 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะเวลาต่างๆ:
จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งระยะเวลายาวนาน ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกนำไปสร้างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เหมือน "ดอกเบี้ยออกลูก" ไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเงินแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างมาก
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในไทยแบ่งตามประเภทบัญชีดังนี้:
ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และคำนึงถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ด้วย (ยกเว้นบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี)
DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนหรือทุกงวด โดยไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อรวมกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น DCA เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่าง: ลงทุน DCA เดือนละ 5,000 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี
จะเห็นว่าแม้ลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาทในแต่ละช่วง 10 ปี แต่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะเงินที่ลงทุนก่อนมีเวลาสร้างผลตอบแทนทบต้นนานกว่า
ดอกเบี้ยทบต้นเป็นดาบสองคม เมื่อใช้กับการออมหรือการลงทุนจะเป็นประโยชน์ แต่เมื่ออยู่ฝั่งหนี้สิน ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานสวนทางกับคุณ
ดังนั้น หากมีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง ควรรีบชำระให้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มพูนจนควบคุมไม่ได้ การชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนถือเป็น "ผลตอบแทน" ที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับ